วิศวกรรมความปลอดภัย

 ความรู้ด้านความปลอดภัยและระบบป้องกันอัคคีภัย

 

                                                                                                  โดย   รณภพ  สุนทรโรหิต, สามัญวิศวกรอุตสาหการ

 

1 ความรู้ด้านความปลอดภัย

คำว่า ปลอดภัย จากพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.๒๕๔๒ ระบุว่า  พ้นภัย  นั่นก็หมายความอย่างชัดแจ้งแล้วว่าความปลอดภัยก็ คือ การพ้นภัย  ซึ่งจากการที่องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (International Labour Office ; ILO) ได้กำหนดกลุ่มวิชาพื้นฐาน (Basic Course) ที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการทำงาน ดังนี้

อาชีวเวชศาสตร์และการพยาบาล (Occupational Medicine and Nursing) เป็นวิชาการที่มุ่งศึกษาเกี่ยวกับคน โดยเน้นที่ผลกระทบต่อกันระหว่างงานและสุขภาพของผู้ทำงาน

อาชีวอนามัย (Occupational Hygine) เป็นวิชาที่มุ่งศึกษาวิธีการวัด และการประเมินสภาพอันตรายและการควบคุมอันตรายต่อสุขภาพของผู้ปฎิบัติงาน อันเป็นผลจากสภาพแวดล้อมที่ไม่ถูกต้อง โดยปกติจะเน้นเรื่องการวัดสภาวะแวดล้อม เช่น เสียง ฝุ่น ไอระเหยสารเคมี เป็นต้น รวมถึงความเข้าใจถึงผลร้ายต่อสุขภาพของมนุษย์ที่เกี่ยวข้อง

          วิศวกรรมความปลอดภัย (Safety Engineering) เป็นวิชาการลักษณะสหวิทยาการ (Interdisciplinary) โดยมุ่งเน้นศึกษาเกี่ยวกับการประยุกต์กระบวนการทางวิศวกรรม เพื่อใช้ในการวิเคราะห์และออกแบบระบบที่เกี่ยวข้องกับคน เครื่องจักร องค์การ และสิ่งแวดล้อม รวมถึงผลกระทบ การป้องกันอุบัติเหตุ (Incident) และอุบัติภัย (Accident) ในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น การก่อสร้าง การผลิต การขนส่ง การแปรรูป การบริการ ฯลฯ โดยเริ่มตั้งแต่กระบวนการออกแบบ (Design) การกำหนดมาตรฐานความปลอดภัย การผลิต การติดตั้ง ขั้นตอนและวิธีการทำงานต่างๆ การจัดเก็บ การส่งมอบและบำรุงรักษา การป้องกันภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นจากสาเหตุที่ควบคุมได้และควบคุมไม่ได้ การมีจิตสำนึกทางด้านสิ่งแวดล้อม การป้องกันมลพิษและภัยจากสารเคมี ตลอดจนถึงการประเมินความเสี่ยง (Risk Assessment) ของอันตรายที่เกิดขึ้นในการพัฒนาด้านต่างๆ

          การยศาสตร์ (Ergonomics) หรือ ปัจจัยมนุษย์ (Human Factors) เป็นวิชาที่มุ่งศึกษาและพัฒนาการสร้างสภาพการทำงานและอุปกรณ์ต่างๆ ตลอดจนเครื่องจักร อุปกรณ์ ให้เหมาะสมกับสรีรวิทยาและจิตวิทยาของมนุษย์ กล่าวโดยสรุปก็คือ เป็นการออกแบบระบบงานโดยคำนึงถึงความสามารถและข้อจำกัดของมนุษย์

จากข้อมูลข้างต้นจะเห็นได้ว่ากลุ่มสาขาวิชาต่างๆมีความสัมพันธ์กันโดยมีเป้าหมายเดียวกัน คือ เพื่อความปลอดภัยและมีสวัสดิภาพในการทำงาน

          ในระบบการผลิตใดๆ จะต้องมีองค์ประกอบพื้นฐาน 3 ประการ ได้แก่ สิ่งที่ป้อนเข้า (Input) กระบวนการ (Process) สิ่งที่ได้ (Output)  ซึ่งสิ่งที่ป้อนเข้าทั้ง 4 คือ Man Material Machine Management (คน วัสดุ เครื่องจักร การจัดการ) ซึ่งองค์ประกอบข้างต้น คน เป็นทรัพยากรที่มีค่ามากที่สุด และการเกิดอุบัติเหตุย่อมไม่เป็นที่ปรารถนา ดังนั้นวิศวกรผู้ที่หน้าที่ออกแบบการทำงานต้องศึกษาการทำงานของคนกับเครื่องจักรที่ใช้ในการทำงานภายใต้สภาวะแวดล้อมใดๆ เพื่อจะออกแบบเครื่องจักรหรือจัดการกับสภาวะแวดล้อมนั้นให้มีสภาพที่เอื้ออำนวยต่อการทำงานของคนมากที่สุด และหากพิจารณาถึงมาตรการลดความสูญเสียต่างๆ เช่น การควบคุมความปลอดภัย จะแบ่งได้เป็น 3 ขั้นตอน ได้แก่ การควบคุมที่แหล่งกำเนิด การควบคุมที่ตัวกลาง และการควบคุมที่คน ตามหลักการแล้ววิศวกรควรทำโดยขั้นตอนแรก คือการปรับปรุงหรือแก้ไขสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับการทำงานของคนหรือควบคุมแหล่งกำเนิดซึ่งอาจหมายความถึงเครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณ์ ยกตัวอย่างแหล่งกำเนิดมีปัญหา เช่น เสียงรบกวนเกินมาตรฐาน ก่อให้เกิดความสูญเสียการได้ยิน และมีผลกระทบต่อร่างกาย อาทิ ความดันโลหิตสูง โรคกระเพาะ และเป็นต้นเหตุของความเครียด และทำให้เกิดความอ่อนล้า อันเป็นสาเหตุของอุบัติเหตุได้

          การควบคุมที่ตัวกลาง เช่น การควบคุมทางผ่านของเสียง โดยการติดตั้งวัสดุดูดกลืนเสียง หรือการกำหนดพื้นที่เสียงดังเกินมาตรฐานแยกออกมาจากพื้นที่อื่นเป็นพื้นที่ควบคุมเฉพาะ ซึ่งจะต้องใช้ความรู้ทางวิศวกรรมศาสตร์เป็นพื้นฐานในการพิจารณา เช่น ความรู้ในด้านการออกแบบเครื่องจักรกล (Machine Design) ความรู้ในด้านการออกแบบวางผังโรงงาน (Plant Lay-Out Design) หากทำ 2 วิธีข้างต้นยังไม่ได้ผล จึงมาใช้วิธีสุดท้าย คือ การป้องกันที่ตัวบุคคลและการบังคับใช้ เช่น การบังคับให้ใส่อุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคล (Personal Protective Equipment) เป็นต้น

 

 

สาเหตุของอุบัติเหตุ

          จากงานวิจัยของ H.W. Heinrich ได้พบว่าสาเหตุที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุสรุปได้ดังนี้

๑)สาเหตุที่เกิดจากคน (Human Causes) มีจำนวนสูงที่สุด คือ 88% ของการเกิดอุบัติเหตุทุกครั้ง เช่น การทำงานที่ไม่ถูกต้อง ความเผลอเรอ ความประมาท ชอบเสี่ยงในการทำงาน สภาพร่างกายไม่พร้อม

๒)สาเหตุที่เกิดจากความผิดพลาดของเครื่องจักร (Mechanic Failure) มีจำนวน 10% ของการเกิดอุบัติเหตุทุกครั้ง เช่น เครื่องจักรไม่มีอุปกรณ์กำบังครอบป้องกัน ขาดการซ่อมบำรุงรักษาอย่างเหมาะสม การออกแบบวางผังโรงงานไม่ถูกต้องตามหลักวิศวกรรมอุตสาหการ  สภาพแวดล้อมไม่เหมาะสม

๓)สาเหตุจากโชคชะตา (Acts of God) มีจำนวนเพียง 2% เป็นสาเหตุที่เกิดขึ้นจากธรรมชาตินอกเหนือการควบคุมได้ เช่น ฟ้าผ่า ลมพายุ น้ำท่วม เป็นต้น

 

 

สาเหตุสำคัญของการเกิดอุบัติเหตุมี 2 ประการได้แก่

๑)การกระทำที่ไม่ปลอดภัย (Unsafe Acts) เป็นสาเหตุหลักถึง 85% ของการเกิดอุบัติเหตุ ได้แก่

          -การทำงานไม่ถูกวิธีหรือไม่ถูกขั้นตอนมาตรฐานความปลอดภัยในการปฎิบัติงาน

          -การมีทัศนคติหรือความเชื่อที่ไม่ถูกต้อง

          -ความไม่เอาใจใส่ในงานที่ทำ

          -ความประมาท พลั้งเผลอ ไม่มีสมาธิจดจ่อกับงานที่ทำ

          -การมีนิสัยชอบเสี่ยง

          -สภาพร่างกายไม่พร้อมในการทำงาน

๒)สภาพการณ์ที่ไม่ปลอดภัย (Unsafe Conditions) เป็นสาเหตุรอง คิดเป็น 15% เท่านั้น

          -เครื่องจักร เครื่องมือ ระบบต่างๆ มีสภาพไม่สมบูรณ์หรือครบถ้วนขาดการบำรุงรักษา

          -การออกแบบวางผังโรงงานไม่ถูกต้อง

          -สภาพแวดล้อมในการทำงานไม่เหมาะสม เช่น แสงสว่างไม่เพียงพอ เสียงดัง ระบบระบายอากาศไม่ถูกต้อง

 

 

         

 

ทฤษฎีโดมิโนของอุบัติเหตุ

          H.W. Heinrich ได้ศึกษาและให้กำเนิดทฤษฎีโดมิโน (Domino Theory) ของการเกิดอุบัติเหตุว่า สามารถเชื่อมโยงได้กับปรัชญาความปลอดภัย โดยใช้แผ่นโดมิโน 5 แผ่น วางอยู่ใกล้กันเมื่อตัวใดตัวหนึ่งล้มลงย่อมส่งผลทำให้โดมิโนตัวถัดไปล้มตามกันไปด้วย ซึ่งอธิบายความหมายของตัวแผ่นโดมิโนทั้ง 5 ตัว ได้แก่

๑)ภูมิหลังหรือสภาพแวดล้อมของบุคคล

๒)ความบกพร่องหรือความผิดปกติของบุคคล

๓)การกระทำและสภาพแวดล้อมที่ไม่ปลอดภัย

๔)อุบัติภัย

๕)การบาดเจ็บ สูญเสีย เสียหาย

  

               

 

 

 

การป้องกันอุบัติเหตุตามทฤษฎีโดมิโน

          ตามทฤษฎีโดมิโนหรือลูกโซ่ของอุบัติเหตุ เมื่อโดมิโนตัวที่ 1 ล้ม ตัวถัดไปก็ล้มตาม ดังนั้นหากต้องการไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ(ไม่ต้องการให้โดมิโนตัวที่ 4 ล้ม) เราต้องนำโดมิโนตัวที่ 3 ออกจากแถว ซึ่งเปรียบเสมือนการกำจัดการกระทำและสภาพแวดล้อมที่ไม่ปลอดภัยออกไป ดังนั้นอุบัติเหตุก็จะไม่เกิด เมื่ออุบัติเหตุไม่เกิดการบาดเจ็บหรือความสูญเสียก็จะไม่เกิดขึ้นเช่นกัน เนื่องจากการแก้ไขในเรื่องของภูมิหลังของบุคคล (โดมิโนตัวแรก) หรือความบกพร่องของบุคคล(โดมิโนตัวที่ 2) เป็นเรื่องที่แก้ไขได้ยากกว่าเพราะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นและถูกปลูกฝังเป็นคุณสมบัติถาวรของบุคคลนั้นๆแล้ว